top of page

การถวายน้ำพระ และอานิสงค์ ๑๐ ประการ

การถวายน้ำพระ และอานิสงค์ ๑๐ ประการ

การนำน้ำถวายบนหิ้งพระเป็นอามิสบูชาอย่างหนึ่ง แสดงถึงความเคารพต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวก เป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า(พุทธานุสสติ) อยู่เสมอ เพื่อทำการสักการะบูชา นํ้าพระทัยอันเต็มเปี่ยมไปด้วยปัญญา เปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ พระเมตตาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทำด้วยความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ท่าน แต่ยังไง อาหารหรือน้ำที่ถวาย ท่านไม่ได้ฉันแล้ว เพราะท่านนิพพานแล้ว และไม่มีขันธ์แล้ว

จะทำให้เรามีชีวิตชุ่มชื่นเปรียบดังน้ำที่เราได้ถวายไป จิตจะได้นึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ พอก่อนจะตาย เพื่อนึกว่า เราได้เคยทําความดีนี้ ตายไปก็ไปสวรรค์ และยังทำให้เรารู้จักการให้ การอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเป็นหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ 10 อีกอย่างนึงเราจะได้มีเวลาดูแลหิ้งพระและได้ทำความสะอาดไปด้วย

วิธีการ

ควรเป็นน้ำดื่มปากขวด เรายังไม่ดื่มมาก่อน หรือเปิดจากก็อกเครื่องกรองน้ำโดยตรง ควรถวายทุกวัน หากไม่สามารถทำได้จริงๆควรถวายทุกวันพระ น้ำเก่าที่ถวายเสร็จแล้ว ลาแล้ว ไม่ควรดื่ม ควรนำไปรดน้ำต้นไม้ หรือกรวดน้ำ แก้วน้ำควรเป็นแก้วใหม่ไม่เคยถูกใช้มาก่อน เป็นแก้วอย่างดี ควรหาแก้วที่สวยงามที่สุดเท่าที่เราจะหาได้ ไม่ควรใช้แก้วใบเล็กๆ และเมื่อแก้วนั้นเก่า หรือใช้นานแล้ว ควรเปลี่ยนเป็นแก้วใบใหม่ ถ้ามีพระพุทธรูป พระอัครสาวก พระสงฆ์อยู่โต๊ะหมู่บูชาเดียวกัน สามารถถวายแก้วเดียวสำหรับทุกๆองค์ได้ ไม่ต้องถวายแยกแก้วละองค์ ไม่ควรปิดฝาแก้ว ตอนที่ถวาย หากที่บ้านมีฝุ่นเยอะ ให้เปลี่ยนน้ำทุกวัน หรือเปลี่ยนระหว่างวัน ในขณะที่เราถวายน้ำ ต้องจับแก้วด้วยสองมือยกขึ้นสูงเหนือศีรษะเล็กน้อย น้อมถวายด้วยความศรัทธา กายของเราก็จะน้อมตามใจไปด้วยความอ่อนน้อม ให้ตั้งจิตประดุจหนึ่งว่าพระพุทธองค์ทรงประทับนั่งอยู่ตรงหน้าเราผู้ถวาย และกล่าวคำถวาย “ ข้าพเจ้า ….ชื่อ นามสกุล…ขอน้อมถวายน้ำดื่มนี้เป็นพุทธบูชา ธรรมะบูชา สังฆบูชา เพื่อสักการะบูชา นํ้าพระทัยอันเต็มเปี่ยมไปด้วยปัญญา เปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ พระเมตตาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอพระองค์โปรดรับน้ำดื่มนี้จากข้าพเจ้าด้วยเถิด ..สาธุ” ถวายเวลาใดก็ได้ ส่วนมากนิยมถวายช่วงเช้าก่อนเที่ยง
การถวายน้ำพระ

การถวายน้ำพระ

อานิสงส์การถวายน้ำ ๑๐ ประการ

๑. คล่องแคล่วว่องไว

๒. มีชื่อเสียง

๓. มีความสะอาดบริสุทธิ์

๔. ปราศจากความกระหาย

๕. มีบริวารมาก

๖. อายุยืน

๗. มีผิวพรรณผุดผ่อง

๘. มีพละกำลัง

๙. มีปัญญามาก

๑๐. มีความสุข

อุทกปูชกเถราปทานที่ ๒ (๓๓๒) ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำ

[๓๓๔] ข้าพระองค์ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า มีพระฉวีวรรณดังทองคำ เสด็จไปในอากาศ เหมือนดวงไฟลุกโพลง เหมือนดวงอาทิตย์ ข้าพระองค์จึงเอาฝ่ามือกอบน้ำโยนขึ้นไปบนอากาศ พระพุทธเจ้าผู้มหาวีระทรงประกอบด้วยพระกรุณาเป็นฤาษีทรงรับแล้ว พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระ ประทับยืนอยู่ในอากาศ ทรงทราบความดำริของข้าพระองค์ จึงได้ตรัสพระคาถานี้ว่า

ด้วยการถวายน้ำนี้ และด้วยการยังปีติให้เกิดขึ้น

ท่านจะไม่ต้อง เข้าถึงทุคติเลย แม้ตลอดแสนกัลป

ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ

ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและแพ้

แล้วบรรลุถึงฐานะอันไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๖๕๐๐ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ

๓ พระองค์ มีพระนามว่าสหัสสราช มีสมุทรสาครสี่เป็นที่สุด เป็นใหญ่

กว่าชน คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖

ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

ทราบว่า ท่านพระอุทกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.

(พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ – หน้าที่ ๓๑๘)

อย่าพึ่งเชื่อในสิ่งที่แนะนำ ขอให้ท่านลองพิจารณาดูว่าที่กล่าวมานี้ถูกต้องหรือไม่ ทำแล้วเกิดผลอย่างไร

อย่างไรก็ตาม การบูชาพระพุทธรูป ที่เหมาะสม คือ บูชาด้วยกุศลจิตทั้งทางกาย มีการไหว้ เป็นต้น ทางวาจา มีการกล่าวคำสรรเสริญพระรัตนตรัย และทางใจ คือ เกิดกุศลจิตบูชาด้วยการน้อมระลึกถึงพระคุณ และ บูชาด้วยการประพฤติปฏิบัติตนในกุศลธรรม

ดังนั้นถวายน้ำ ถวายผลไม้ เป็นอามิสบูชาแล้ว อย่าลืมปฏิบัติบูชา ด้วยการสวดมนต์ ทำสมาธิ แผ่เมตตา กรวดน้ำด้วยทุกครั้ง อานิสงค์จะหนุนนำให้เรามีแต่ความสุข มีปัญญา มีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป
ดู 0 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page